เตรียมตัวก่อนเดินทาง

 

 

ตั๋วเครื่องบิน

 

     น้องๆ ควรจัดการจองตั๋วเครื่องบินเสียแต่เนิ่นๆ เพราะบางช่วงมีคนเดินทางมากอาจหาซื้อตั๋วได้ยาก และควรกำหนดให้ถึงที่เรียนอย่างน้อย

3 - 7 วัน ก่อนวันลงทะเบียนเรียน สำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียนสามารถเข้าสหรัฐได้ 90 วัน ก่อนวันที่ระบุไว้ใน I- 20 และจะเข้าหลังวันที่ระบุนี้ไม่ได้
     ในการสำรองที่นั่งกับสายการบิน ให้น้ัองๆ ตรวจสอบด้วยว่าได้มีการสำรองที่นั่งไว้เรียบร้อยทุกๆ ช่วงที่มีการหยุด หากน้องๆ จำเป็นต้องต่อ

เครื่องบินจากเมืองแรกที่เข้าประเทศไปยังเมืองอื่นในประเทศ ควรเผื่อเวลาสำหรับผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของประเทศนั้นๆ

ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง 

 

กระเป๋าเดินทาง

 

     โดยปกติเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน จะมีการกำหนดน้ำหนักและจำนวนกระเป๋าที่จะนำไปด้วย เช่น ผู้โดยสารชั้นธรรมดา (ECONOMY CLASS)

ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 20 กิโลกรัม หรือผู้โดยสารชั้นหนึ่ง (FIRST CLASS) ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 30 กิโลกรัม
     กระเป๋าสะพาย (CARRY-ON) ที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบินนั้น น้ำหนักไม่ควรเกิน 5 กิโลกรัม เพื่อจะได้เก็บไว้ในตู้เหนือที่นั่งเครื่องได้ 

 

เสื้อผ้า

 

     น้องๆ ควรศึกษาสภาพภูมิอากาศของเมืองที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ และเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมไปให้พอใช้ในช่วงแรก เสื้อผ้าสำหรับอากาศ

หนาวจัดสามารถซื้อได้เพิ่มเติมเมื่อเดินทางไปถึงแล้ว โดยทั่วไปเสื้อผ้าที่จะได้ใช้มากที่สุดควรจะเป็นกางเกงยีนส์ เพราะนอกจากจะสบายสมบุก

สมบันแล้ว ยังไม่ค่อยต้องซักและไม่ต้องรีดด้วย
     สำหรับเสื้อผ้าชุดไทย หรือชุดสากล จะไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักแต่ก็ควรจัดเตรียมไปบ้างเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานนักศึกษานานาชาต

เป็นต้น 

 

 

 

 

เอกสาร

 

     การตรวจเอกสารถือเป็นสิ่งสำคัญก่อนออกเดินทางจากบ้านไปยังสนามบิน น้องๆ ควรตรวจเอกสารให้ครบ คือ
     • หนังสือเดินทางซึ่งประทับตราวีซ่านักเรียนแล้ว
     • ตั๋วโดยสารเครื่องบิน
     • เงินที่นำติดตัว (ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด)
     • ใบตอบรับจากสถานศึกษา
     • ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องไปติดต่อ หรือขอความช่วยเหลือ เช่น เพื่อน ญาติ อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาต่างชาติ

 

การเตรียมหาที่พักก่อนการเดินทาง 

 

     เรื่องที่พัก น้องๆ ควรเริ่มศึกษาหาข้อมูลตั้งแต่ทำการติดต่อสถานศึกษา โดยศึกษาจากเอกสารของสถานศึกษาว่ามีหอพักสำหรับนักศึกษา

หรือไม่ นักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มสำรองที่พัก เมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่สมัครแต่ก็ยังมีสถานศึกษาบางแห่งที่มีหอพักจำนวน

จำกัดที่อาจแนะนำให้น้องๆ สำรองที่พักล่วงหน้า ตั้งแต่ในขั้นตอนการสมัครเลยก็มี โดยทั่วๆไปการสำรองที่พัก สถานศึกษามักจะเก็บเงินมัด

จำค่าสำรองที่พักด้วย
     สำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย มีทั้งที่พักในสถานศึกษา (ON CAMPUS HOUSING) และที่พักนอกสถานศึกษา (OFF

CAMPUS HOUSING) 

 

การทิป

 

     การทิปเป็นสิ่งจำเป็นประการหนึ่งในการดำรงชีวิตอยู่ในต่างประเทศ การทิปควรจะเป็น 10 - 15 % ของมูลค่าของที่เราซื้อและในบริการ

บางอย่างที่ไม่มีมูลค่า เช่น ผู้ขนกระเป๋า หรือเด็กขนของในโรงแรมก็ควรจะมีการให้ทิปในราคาพอสมควรคือไม่ต่ำกว่า 15% และผู้ให้บริการ

ที่เราสมควรให้ทิป ได้แก่คนขนกระเป๋าที่สนามบิน คนขนของที่โรงแรม พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถแท็กซี่ เป็นต้น

 

การใช้โทรศัพท์

 

     ระบบโทรศัพท์แบ่งแยกตามท้องที่ / เมืองและภาคโดยมี AREA CODE ซึ่งเป็นเลขรหัส 3 หลักเฉพาะของเมืองหรือภาคนั้น นอกเหนือจาก

เลขหมายโทรศัพท์ 7 หลักเช่นเดียวกับประเทศไทย
     ถ้าโทรศัพท์ภายในท้องที่ใช้ AREA CODE เดียวกันไม่ต้องหมุนรหัสทางไกล หากโทรศัพท์ต่างท้องที่ AREA CODE ต่างกัน ต้องหมุน

รหัสทางไกลด้วยทุกครั้ง
     การใช้โทรศัพท์สาธารณะจะมีคำแนะนำติดอยู่กับโทรศัพท์ทุกเครื่อง มีหลายประเภท เช่น เครื่องใช้เหรียญเครื่องใช้บัตรโทรศัพท์ โดยโทรได้

ทั้งภายใน และต่างประเทศ
      รายละเอียดและวิธีการใช้โทรศัพท์ในรายละเอียด สามารถศึกษาได้จากสมุดโทรศัพท์ของท้องถิ่นนั้นๆ

 

การไปรษณีย์

 

     ในสถานศึกษาบางแห่งจะมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ภายในสถานศึกษาหรืออาจจะอยู่ใกล้ๆ กับสถานศึกษาซึ่งสามารถจะไปรับบริการได้ไปรษณีย์

ในต่างประเทศ จะทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน จันทร์ - เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ ในการส่งจดหมายหรือเอกสารต่างๆ สามารถนำไปติดแสตมป์และส่ง

เอกสารได้โดยจะมีเจ้าหน้าที่การไปรษณีย์ โดยเสียค่าเช่าเป็นรายปีหรือราย 3 เดือนหรือ 6 เดือนก็ได้
     บริการด้านไปรษณีย์มีหลายประเภท เช่น เฟริส์คลาสเมล์ (FIRST CLASS MAIL) ซึ่งขนส่งทางอากาศ ไปรษณีย์รับรอง (CERTIFIED MAIL)

ไปรษณีย์ลงทะเบียน (REGISTERED MAIL) ไปรษณีย์จัดส่ง (SPECIAL DELIVERY) ไปรษณีย์ด่วน (EXPRESS AMIL) เป็นต้น ตลอดจนมี

บริการส่งเงินระหว่างประเทศทางไปรษณีย์ซึ่งน้องๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้จากที่ทำการส่งพัสดุนั้น
     เมื่อมีการย้ายที่อยู่ใหม่ ก็สามารถแจ้งได้ที่การไปรษณีย์เพื่อขอให้นำจดหมายที่ส่งมาถึงที่อยู่เดิิมตามไปที่อยู่ใหม่

 

การประกันสุขภาพ

 

     การประกันสุขภาพมีความจำเป็นสำหรับนักเรียนต่างชาติมาก เพราะหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแพงมาก

ดังนั้น หากมีการประกันแล้วจะเป็นประโยชน์ และช่วยประหยัดเงินได้มาก โดยปกติแล้ว สถานศึกษาทุกแห่งจะมีการแจ้งให้นักเรียนซื้อประกัน

สุขภาพได้ เมื่อเปิดภาคการศึกษานักเรียนควรจะปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง      การประกันสุขภาพมีได้หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดการประกันครอบคลุมแตกต่างกันและอัตราในการประกันแตกต่างกัน ดังนั้นน้องๆจึงควรศึกษา

นโยบายการประกันให้เข้าใจก่อนว่ามีผลอย่างไรบ้างและหากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้ทราบว่าเราสามารถจะเรียกร้องจากบริษัทประกันได้

หรือไม่เพียงใด

 

 

 

 

 

 

>> back to United States
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                                           drupal hit counter