 |
ข้อมูลการสอบ TOEFL
|
TOEFL คืออะไร?
การสอบ TOEFL (Test of English as a Foreign Language) เป็นการสอบ เพื่อประเมินความสามารถ ในการใช้ภาษาอังกฤษ ในรูปแบบของ
American English ของบุคคลที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อกับสถาบัน ในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
เป็นสื่อกลางของการเรียนการสอน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยใน สหรัฐอเมริกา และแคนาดา มากกว่า 3,000 แห่ง อีกทั้ง
ยังใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับบางองค์กร
เพื่อวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของบุคคลที่เข้าสมัครทำงานในองค์กรนั้นๆ การสอบ TOEFL สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
1. Paper based test (PBT)
2. Computer based test (CBT)
3. Internet based test (iBT) |
ณ ปัจจุบันการสอบส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปแบบที่ 3 คือ iBT อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศไทย ทุกๆ ศูนย์สอบในกรุงเทพฯ จะสอบด้วยระบบ IBT
ส่วนการสอบแบบ PBT จะยังคงมีในต่างจังหวัด ซึ่งจะทำการสอบเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลการสอบในเอกสารนี้ จะอ้างถึงระบบ iBT
เท่านั้น
โครงสร้างของข้อสอบ TOEFL iBT
การสอบ TOEFL จะทำการวัดระดับความสามารถของการใช้ภาษาอังกฤษ ใน 4 ทักษะ คือ อ่าน (Reading), ฟัง (Listening), พูด (Speaking),
และ เขียน (Writing) โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง และมีพักหลังจากสอบ Reading กับ Listening ไปแล้ว 10 นาทีเท่านั้น
ดังนั้นควรเตรียมตัว และรับประทานอาหารไปให้เรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่หิวหรือเป็นลมระหว่างการสอบ
| รายละเอียดของการสอบในแต่ละทักษะ เป็นดังต่อไปนี้
1. การอ่าน Reading จะมีบทความให้อ่าน 3-5 บทความ โดยแต่ละบทความจะยาวประมาณ 700 คำ จากนั้นผู้สอบต้องตอบคำถามประมาณ
10-13 ข้อต่อบทความให้ถูกต้อง ซึ่งคะแนนรวมของส่วนนี้คือ 30 คะแนน โดยจะมีระยะเวลากำหนดในส่วนนี้คือ 60 นาที ปัจจุบันยังมีการนำโจทย์
ประเภทสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านมาให้ทำด้วย ซึ่งโจทย์ลักษณะนี้จะมีคะแนนมากถึงข้อละ 3-5 คะแนน
2. การฟัง Listening จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ หนึ่ง การฟังบรรยาย (Lecture) 4-6 เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องจะยาวประมาณ 3-5 นาที หลังจากนั้น
ให้ตอบคำถาม 6 ข้อในแต่ละเรื่อง ในส่วนที่ 2 จะเป็นการฟังบทสนทน ประมาณ 2-3 บท แต่ละบทจะยาวประมาณ 3 นาที และให้ตอบคำถาม
5 ข้อ ในแต่ละบทสนทนา โดยปัจจุบันมีการใช้สำเนียงที่ไม่ใช่สำเนียงอเมริกันมาเป็นโจทย์ข้อสอบด้วย ผู้สอบควรฝึกฝนทักษะการฟังจากหลายๆ
แหล่งข้อมูล ระยะเวลาการสอบ Listenning จะอยู่ที่ประมาณ 60-90 นาที และมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 30 คะแนนเช่นกัน
3. การพูด Speaking จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ เช่นกัน โดยส่วนแรก คือ independent speaking tasks มี 2 ข้อ
โดยผู้สอบจะถูกกำหนดให้พูดตามหัวข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวส่วนตัวทั่วไปในชีวิตประจำวัน ในส่วนที่ 2 จะมี 4 ข้อ ซึ่งจะเป็นการผสมผสาน
ระหว่าง ทักษะการฟัง การอ่าน และการพูดเข้าด้วยกัน ผู้สอบจะได้ฟังสิ่งที่โจทย์พูด และยังมีเรื่องให้อ่านด้วย หลังจากนั้นจะมีเวลาให้คิดคำตอบ
และพูดตอบไปหลังจากได้ยินสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้น เครื่องจะ record คำตอบการพูดของเราไว้ ทั้งนี้ด้วยเวลาที่จำกัด เราควรพูดให้กระชับ และ
ได้ใจความ การสอบ Speaking จะใช้เวลาแค่เพียง 20 นาทีเท่านั้น คะแนนจะดิบจะเต็ม 4 แต่ก็เอาไปแปลงเป็นคะแนนเต็ม 30 คะแนนเหมือน
2 ทักษะข้างต้น
4. การเขียน Writing จะแบ่งเป็น 2 ส่วนอีกเช่นกัน โดยส่วนแรก จะมีเนื้อเรื่องให้อ่าน มีบทสนทนาให้ฟัง แล้วจึงให้มีการเขียนสรุปความ
ประมาณ
150 คำ ในช่วงที่มีบทสนทนาให้ฟัง ผู้สอบสามารถจดโน้ตไว้ได้ เพื่อช่วยในการเขียนคำตอบในภายหลัง และการเขียนส่วนที่ 2
จะเป็นการเขียนตามหัวข้อที่กำหนดมาให้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นคำถามให้แสดงความคิดเห็นว่าเราเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย อย่างไร ข้อสอบ
ส่วนนี้ต้องการให้เขียน
ประมาณ 300 คำ ซึ่งผู้สอบควรจะวางแผนในการเขียน เพื่อจะได้ไม่เขียนตอบแบบวกไปวนมา ระยะเวลาทั้งหมดของ
การสอบ Writing คือ 50 นาที
โดยจะมีคะแนนดิบ รวม 5 คะแนน และนำไปแปลงเป็นคะแนนเต็ม 30 เหมือนๆ กับทักษะอื่นๆ |
|
การสมัครสอบ TOEFL
ผู้สอบสามารถลงทะเบียนสมัครสอบได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การสมัครผ่านโทรศัพท์ การส่งแบบฟอร์มทางไปรษณีย์ หรือการสมัครผ่านทาง เว็บไซต์
www.toefl.org ซึ่งเป็นวิธีที่นิยม และสะดวกรวดเร็วที่สุด โดยผู้สมัครจะมีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ ครั้งละ US $140
(ค่าสมัครในแต่ละประเทศจะไม่เท่ากัน) โดยผู้สมัครสอบสามารถชำระผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย ด้วยบัตรเครดิต
ขั้นตอนการสมัครผ่านทางเว็บไซต์คร่าวๆ มีดังนี้
|