|
*คลิกแต่ละรัฐเพื่อดูรายละเอียดมหาวิทยาลัย

ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่น่าอยู่และประกอบด้วยผู้คนหลากหลายชนชาติ เนื่องจากเป็นประเทศตะวันตก ที่ตั้งอยู่ใกล้ทวีปเอเชียมากที่สุด จึงมีชาวเอเชียย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองท่าสำคัญอย่าง Sydney และ Melbourne เมืองที่เป็นที่รู้จักดีอื่นๆ ได้แก่ Brisbane, Perth and Adelaide
จุดเด่นของประเทศนี้ อยู่ที่ภูมิอากาศที่ไม่แตกต่างจากประเทศไทยมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีและเข้าใจวัฒนธรรมของชาวเอเชียเป็นอย่างดี ทุกเมืองของออสเตรเลียสวยงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อีกทั้ง นศ. ยังอนุญาตให้ทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ค่าแรงมาตรฐานเท่ากับ AUD ( ดอลล่า์ออสเตรเลีย ) 8 -16 ต่อ ชั่วโมง
ค่าครองชีพ นอกเหนือจากค่าเทอม แนะนำให้ นศ. เตรียมประมาณ AUD 1,000 ต่อเดือน หรือ ADU 12,000 ต่อปี เพื่อเป็นค่าที่พัก ค่าเดินทางประจำวัน ค่าหนังสือ ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ในประเทศออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยด้วยกัน 39 แห่งเกือบทั้งหมดเป็นของรัฐบาล มีมาตราฐานการศึกษาที่เทียบเท่า กพ.รับรอง ทุกมหาวิทยาลัยในประเทศนี้มีสาขาวิชาให้เลือกมากมาย เปิดสอนทั้งตรี โท และ เอก
การศึกษาระยะสั้น Certificate/Diploma (1-2 ปี)ที่ Australia
โดยทั่วไปหลักสูตรระยะสั้นจะเหมาะกับ
- ผู้ที่ต้องการเรียนเจาะลึกทางสายอาชีพ โดยทั่วไปไม่กำหนดระดับการศึกษาของผู้สมัคร เป็นที่นิยมเรียนในหมู่นักเรียนชาวออสเตรเลียที่เพิ่งจบ High School เพราะสามารถประกอบอาชีพได้เลย
- สำหรับผู้ที่จบ ปริญญาตรี หรือแม้แต่ ปริญญาโทแล้ว แต่ต้องการหาความรู้เสริม ในสาขาที่แตกต่างออกไป พร้อมทั้งหาประสบการณ์ในต่างแดน เนื่องจาก หลักสูตรจะเน้นการปฏิบัติ จึงไม่หนักเมื่อเทียบกับการเรียนในระดับปริญญา จึงทำให้มีเวลาในการเที่ยว หรือทำงาน Part-time ได้มากขึ้น
การศึกษาระดับปริญญาตรี ( ทั่่วไป 3 ปี )
มหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียรับนักเรียนไทยที่จบมัธยม 5 และ 6 โดยรับเข้าเรียนในระดับที่ต่างกันดังนี้

นักเรียนที่จบมัธยม 5 สามารถสมัครเข้าเรียนในระดับ Certificate IV ( Foundation Studies )
คุณสมบัติและเอกสารที่ต้องใช้สมัคร
- Transcript ของมัธยม 5 ( GPA 2.5 )
- ผลสอบภาษาอังกฤษ IELT 5.5 / TOEFL 500 หรือ ลงเรียนภาษาอังกฤษกับศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย
นักเรียนที่จบมัธยม 6 สามารถสมัครเข้า Diploma ซึ่งเทียบเท่าปริญญาตรีปี 1 นศ.ที่ผ่าน Diploma จะได้รับการการันตี การศึกษาต่อปีที่สองในสาขาที่เกี่ยวเนื่องในเทอมถัดไป ระยะเวลาเรียนรวม 3 ปี ในบางสาขาวิชาอาทิ แพทย์ศาสตร์กฏหมาย สถาปนิก วิศกรรมศาสตร์ จะใช้เวลาเรียนนานกว่า 3 ปี
คุณสมบัติและเอกสารที่ต้องใช้สมัคร
- Transcript ของมัธยม 6
- ผลสอบภาษาอังกฤษ IELT 5.5 / TOEFL 500 หรือ ลงเรียนภาษาอังกฤษกับศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย
การศึกษาระดับปริญญาเอก ( 3 ปี )
นศ. ที่จบปริญญาโท สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ โดยไม่ต้องมีการสอบเข้าแต่อย่างใด เพียงแต่กรอกใบสมัครและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- Transcript ของปริญญาตรี โท
- ผลสอบภาษาอังกฤษ IELT 6.5 ( sub-score 6 ) / TOEFL 550 ( paper based ) / 213 ( computer based ) หรือ ลงเรียนภาษาอังกฤษกับศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย
- ใบรับรองงานถ้ามี
- จดหมายรับรองจากอาจารย์ หรือ นายจ้าง ( เฉพาะบางสาขา )
- Statement of Purpose
- Research Proposal
- จดหมายจากต้นสังกัด ในกรณีที่ได้รับทุน
Guidelines การเขียน Statement of Purpose
Statement of Purpose ของคุณควรตอบคำถามต่อไปนี้
- อะไรคือแรงบันดาลใจของคุณ ในการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก (ทำไมคุณถึงต้องการเรียนในระดับนี้)
- การศึกษาระดับปริญญาเอกของคุณจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรต่อ หน่วยงาน สายอาชีพ และ สังคม
- ทำไมคุณถึงต้องการศึกษา ณ. มหาวิทยาลัยที่ยื่นใบสมัคร
Guidelines การเขียน Research Proposal
Research Proposal ของคุณควรตอบคำถามต่อไปนี้
- เป้าหมายและจุดมุ่งหมายของการวิจัย
- ปัญหาหรือข้อกังขาที่ท่านต้องการวิจัย และพิสูจน์
- หัวข้อปัญหาของการวิจัย
- ขั้นตอนการวิจัย
- ความสามารถและความเป็นไปได้ของการทำวิจัย
- ตารางเวลา และแผนการ ของการทำวิจัย
ติดต่อ ขอข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่าง Proposal ได้ที่ EXIT Education เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่ท่านสนใจ
|